My passion, All beautiful things and any nice concern share the world beauty by puy ~ is me

Makeup Master Class: The Secret of Light and Shadow

 

ความลับของ “แสง” และ “เงา” (The Secret of Light and shadow)

แสงและเงาเป็นสิ่งที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมา ทำให้โลกนี้มีหลากหลายอารมณ์ให้น่าค้นหา
แต่มนุษย์ผู้หลงไหลในศิลปะก็มักจะชอบแต่งเติม เสริมเล่น
เพื่อส่งเสริมให้ธรรมชาตินั้นดูงดงามขึ้นอย่างน่า
อัศจรรย์ใจ

ในหัวข้อนี้ปุ้ยจะพามารู้จักเทคนิคการเติมแต่งแสงเงาอย่างมีศิลปะ
เพื่อช่วยให้ใบหน้าของเราดูงดงาม มีเสน่ห์ขึ้นอย่างน่าประหลาดใจเลยหละ
ทั้งหมดในหัวข้อนี้ คือ เคล็ดลับความงามและความอ่อนวัยที่ใครๆ มักจะถามปุ้ยเสมอว่า
ทำไมใบหน้าของปุ้ยถึงได้ดูมีอะไรที่ต่างจากคนอื่น มันช่างน่าวิเศษนัก
นี่หละเคล็ดลับของการเพิ่มแสงและแรเงา วันนี้จะมาเผยให้ทุกคนได้รู้จัก
โดยจะพูดถึงแสงเงาในวัตถุประสงค์ คุณสมบัติ ประเภท และการนำไปใช้งานด้วย


What?

แสง (Light) 

หมายถึง
แสงสว่างที่อยู่บนผิวหน้า
หรือผิวหน้าที่มีแสง สว่างสะท้อนออกมา
ซึ่งเราสามารถสร้างได้ด้วยเทคนิคการเน้น แสง
ในจุดสำคัญให้ดูโดดเด่นขึ้น ดังนั้นแสงในที่นี้จึงถูกเรียกกันว่า ไฮไลท์ (Highlight) ส่วนเทคนิคที่ใช้ เรียกว่า
การเพิ่มแสงหรือการไฮไลท์ (Highlighting)
เงา (Shadow)
หมายถึง เงามืดที่อยู่บนผิว
หรือผิวที่ดูมีสีเข้มเหมือนมีเงาตกกระทบ
ซึ่งเราสามารถสร้างได้ด้วยเทคนิคการ แรเงา
ในบริเวณที่เราต้องการให้ดูลดความสำคัญลง ไป
เรียกว่า การแรเงาหรือการเฉดดิ้ง (Shading)
และอีกเทคนิคเป็นการใช้เงาทำให้ใบหน้าบริเวณดูน่าชัดเจน และสนใจขึ้น เรียกว่า การคัดโครงหน้า (Contouring)
วัตถุประสงค์ของการเพิ่มแสง คือ
การทำให้พื้นผิวของใบหน้าบริเวณนั้นดูโดดเด่นขึ้นมา
หรือการทำให้วัตถุมีความน่าสนใจเมื่อกระทบกับแสง
หรือใช้พลางส่วนอื่นโดยหลอกจุดสนใจของสายตาไปที่แสง
วัตถุประสงค์ของการแรเงา คือ
การทำให้พื้นผิวของใบหน้าบริเวณนั้นมืดลง
อาจจะอำพลางเพื่อทำให้ดูเป็นที่น่าสนใจน้อยลง
หรือจะทำให้บริเวณนั้นกลับดูชัดเจนขึ้นก็ได้
การไฮไลท์ ยังจะช่วยอำพลางพื้นที่บริเวณ นั้นๆ
ให้ดู สูงขึ้น นูนขึ้น กว้างขึ้น
โดดเด่นและน่าสนใจขึ้นด้วย
การเฉดดิ้งจะช่วยอำพลางพื้นที่บริเวณนั้น
ให้ดูลึกลง ดูต่ำลง ดูแคบลง
หรือทำให้เห็นขอบเขตชัดเจนขึ้น


ผลิตภัณฑ์หรือไอเท็มที่จะนำมาใช้ในเทคนิคของเพิ่มแสงและแรเงานั้น เป็นไอเท็มประเภท (Type) อะไรก็ได้
ทั้งเนื้อครีมและเนื้อแป้ง ส่วนลักษณะเนื้อผิว (Texture) ก็เป็นได้ทั้ง 3 แบบ
1) เนื้อผิวแบบด้านหรือแม็ท (Matte)  ซึ่งเมื่อนำมาทาลงบนผิวแล้วจะได้เทคเจอร์ของผิวแบบธรรมชาติ
ที่จะเป็นเนื้อด้านๆ ไม่มีความมันวาว
2) เนื้อผิวแวววาวแบบชิมเมอร์ (Shimmer) เมื่อนำมาทาลงบนผิวแล้วจะทำให้ผิวดูสว่างขึ้นและจะได้เทคเจอร์ของผิวที่ แวววาว โดยเฉพาะเมื่อผิวกระทบกับแสงจะเห็นเป็นประกายแวววาว สวยงาม
3) เนื้อผิวแวววาวแบบบรอนเซอร์ (ฺBronzer) เมื่อนำมาทาลงบนผิวแล้วจะทำให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น และมีสีสันเป็นสีอมแดด มีประกายระยิบระยับที่มีสีน้ำตาล ทอง หรือส้ม

—- Where? —-
บริเวณที่เราจะทำเพิ่มเน้นแสง ได้แก่
บริเวณที่ต้องการเน้นให้โดด เด่น
เช่น
หัวตา กลางเปลือกตา โหนกคิ้ว ใต้ตา
หรือบริเวณที่ต้องการให้ดูสูง-นูน ขึ้น 
เช่น หน้าผาก สันจมูก ร่องแก้ม  คาง มุมปาก รอยยักขอบปาก
หรือการแก้ไขโครงหน้าบริเวณที่มีปัญหา
เช่น รอยยุบ เป็นร่อง แคบ หรือตอบ
สามารถแก้ไขโดยใช้การไฮไลท์ลงที่บริเวณนั้น
เพื่อช่วยยกให้ดูสูงขึ้นกว้างขึ้น

บริเวณที่เราจะทำการแรเงา ได้แก่
บริเวณที่ต้องการให้เห็นเค้าโครงชัดเจน
เช่น บริเวณกรอบหน้า ขากรรไกร ใต้โหนกแก้ม ขมับ
รวมทั้ง บริเวณขอบตาและโครงเบ้าตา
หรือการแก้ไขโครงหน้าบริเวณที่มีปัญหา
บริเวณที่ต้องการแรเงาให้ดูเล็กและแคบลง
เช่น ปีกจมูกและข้างสันจมูก ทำให้ดูแคบลงและลึกขึ้น
ไรผมบริเวณหน้าผาก ทำให้หน้าผากดูแคบลง
บริเวณกรามและกรอบหน้า ทำให้ใบหน้าดูเล็กลง

 When?   ควรใช้ไอเท็มสำหรับการเพิ่มแสงและแรเงาในขั้นตอน ไหน
ให้พิจารณาจากประเภทของผลิตภัณฑ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะมี 3 ประเภท ได้แก่
1. ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีม (Creamy Product) ควรใช้ก่อนจะเซ็ทผิวด้วยแป้งฝุ่น
คือ หลังจากการลงรองพื้นและคอนซีลเลอร์แล้วให้ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับไฮไลท์และเฉดดิ้ง
เพื่อเพิ่มเติมการตกแต่งแสง แล้วจึงค่อยใช้แป้งเซ็ทผิวเป็นขั้นตอนต่อไป
2. ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อแป้ง (Powdery Product) ควรใช้หลังจากการเซ็ทผิวด้วยแป้งแล้ว
หลังจากนั้นก็ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับไฮไลท์และเฉดดิ้งที่เป็นแป้งตามลงไปได้เลย
3. ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อผสม (Hybrid Product) ซึ่งอาจจะเป็นประเภทน้ำ (Liquid) ทินท์ (Tinted) มูส (Mousse)
ซึ่งเป็นเนื้อที่มีลักษณะกึ่งกลางระหว่างเนื้อครีมและแป้ง โดยส่วนใหญ่แล้วผลิตภัณฑ์ประเภทนี้
จะออกแบบมาให้ใช้งานได้ในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะก่อนทาแป้งหรือหลังทาแป้งก็ได้

Why?  ทำไมต้องเพิ่มแสงและแรเงาให้ใบหน้าด้วย
ในความเป็นจริงการขั้นตอนการเพิ่มแสงและแรเงาให้กับผิวหน้า ไม่ได้เป็นขั้นตอนที่จำเป็นแบบขาดไม่ได้
แต่เป็นขั้นตอนที่เพิ่มรายละเอียดของใบหน้าให้ดูมีมิติ มีลูกเล่นของผิวให้มีเสน่ห์ที่น่าดึงดูดให้กับใบหน้า
นอกจากนั้นแล้วยังสามารถใช้สำหรับการแก้ไขรูปหน้าและโครงหน้าได้ ซึ่งทำให้ใบหน้าของเราดูอ่อนวัยขึ้นได้ถึง 5 -10 ปีเลยทีเดียว

How?  เทคนิคการสำหรับการเพิ่มแสงและแรเงา
ถ้าพูดถึงวิธีการนั้นก็ใช้เทคนิคเดียวกับการทาพวกรองพื้นและ คอนซีเลอร์ สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อครีม
และใช้เทคนิคเดียวกันกับการทาแป้งสำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อแป้ง
แต่เนื่องจากพื้นที่ที่เราจะลงพวกไฮไลท์และเฉดดิ้งนั้น
อาจจะเป็นบริเวณที่แคบกว่า อาจจะเปลี่ยนไปใช้อุปกณ์ที่เล็กกว่า
เช่น ใช้นิ้วมือแทนแปรงขนาดใหญ่ การใช้มุมของพัฟฟองน้ำแทนการใช้ด้านกว้างของพัฟ
หรือการเลือกใช้แป้งปัดแป้งขนาดที่เล็กลง เป็นต้น

แม้ว่าการเพิ่มแสงและแรเงาจะไม่ใช่ขั้นตอนที่สำคัญ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
หากเราจะลองเพิ่มการใส่ใจรายละเอียดอีกเล็กน้อย ที่จะช่วยทำให้ใบหน้าของเราดูสวยงามได้ในแบบที่แตกต่าง
และการใส่ใจรายละเอียดทำให้เราเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ขึ้น ค่ะ

ถามท้ายด้วย เทป รีวิวผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ในการทำแสงและเงากัน ค่ะ

ส่วนในครั้งหน้าจะมาสาธิตวิธีการ เพิ่มแสงและแรเงา กันอย่างละเอียดเลยค่ะ ขอให้ติดตามชมกันนะคะ

เป็นเพราะใช้แป้งในปริมาณที่มากไปค่ะ หรือไม่ก็แป้งมีอณูที่ไม่ละเอียดพอ

เป็นเพราะใช้แป้งในปริมาณที่มากไปค่ะ หรือไม่ก็แป้งมีอณูที่ไม่ละเอียดพอ

Orb ^^♥ says:

คุณปุ้ย ถ้าทารองพื้นหรือบีบีหรือทาแป้งหรืออะไรก้อแล้วแต่ เวลายิ้มแล้วมันจะเป็นร่องแป้งชัดเจนมว๊ากก (แต่ปกติไม่แต่งหน้าก้อไม่ค่อยเห็นร่องเท่าไร) จะเว้นไม่ทาก้อดูตลกๆ แก้ไขอย่างไรดีค่าา ไม่รุ้ครีมเซตตัวเร็วไปเป่า เกี่ยวกันไหมอ่า??

Orb ^^♥ says:

ขอบคุณค่าา กด likeๆ ^ ^